ที่ดิน : ฟ้องขอให้เพิกถอนคําสั่งออกโฉนดที่ดิน

เรื่อง ที่ดิน : ฟ้องขอให้เพิกถอนคําสั่งออกโฉนดที่ดิน (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
แพ่ง มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง (๓) (ข), ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐,
พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และมาตรา ๔๔, พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติ
ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕, กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓
(พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗
ข้อ ๑๔, ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๑๑๒ วรรคหนึ่ง (๓) ข้อ ๗๘)

คําสั่งออกโฉนดที่ดินเป็นคําสั่งทางปกครอง แสวงหาข้อเท็จจริงไม่เพียงพอแก่
การวินิจฉัย การร้องสอด

คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๔๙/๒๕๕๗
คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัท ป. ได้ยื่นคําขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะราย
ตามมาตรา ๕๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยอาศัยหลักฐานตามหนังสือรับรอง
การทําประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๔๖๘๐ ตําบลดอนเปา (บ้านกาด) อําเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
ตามคําขอลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ โดยในวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันทําการรังวัด
ผู้ฟ้องคดีได้โต้แย้งคัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดินดังกล่าวบางส่วน โดยอ้างว่าบริษัท ป. นํารังวัด
รุกล้ําที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีได้เข้าครอบครองและทําประโยชน์ ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดี (เจ้าพนักงานที่ดิน
จังหวัดเชียงใหม่ สาขาสันป่าตอง) ได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัท ป. และผู้ฟ้องคดีมาพบเพื่อทําการ
สอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่คู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้
ซึ่งต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีได้พิจารณาผลการสอบสวนเปรียบเทียบ และได้มีคําสั่งเจ้าพนักงานที่ดิน
จังหวัดเชียงใหม่ สาขาสันป่าตอง ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ เรื่อง คําสั่งสอบสวนเปรียบเทียบ
การโต้แย้งสิทธิในที่ดินที่ขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน สั่งการให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่บริษัท ป. ผู้ฟ้องคดี
เห็นว่าการสอบสวนเปรียบเทียบและคําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วย
กฎหมาย ขอให้ศาลเพิกถอนคําสั่งพิพาทดังกล่าว เห็นว่า การที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือ
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาอาศัยอํานาจตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน มีคําสั่ง
ในการสอบสวนเปรียบเทียบอันเนื่องมาจากการโต้แย้งคัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดิน นั้น เป็นการ
ใช้อํานาจตามกฎหมายที่มีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ขอรังวัดออกโฉนดที่ดินและ
ผู้โต้แย้งคัดค้าน จึงเป็นคําสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งคําสั่งตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน อันเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี
จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงต้องพิจารณารูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการสอบสวนเปรียบเทียบ
และสั่งการ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทระหว่างผู้ฟ้องคดีกับบริษัท ป. อันถือว่าเป็น
สาระสําคัญของการสอบสวนเปรียบเทียบและสั่งการตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
กรณีจึงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาให้ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติเสียก่อนว่า บริษัท ป. ผู้ขอออกโฉนดที่ดิน
หรือผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้โต้แย้งคัดค้านการออกโฉนดที่ดินของบริษัท ป. เป็นผู้ครอบครองและ
ทําประโยชน์ในที่ดินพิพาท อันจะส่งผลต่อสถานะของบริษัท ป. และผู้ฟ้องคดีในการเป็นผู้มีสิทธิ ในที่ดินพิพาท แต่จากการตรวจสอบเอกสารในสํานวนคดีของศาลปกครองชั้นต้น ไม่ปรากฏสําเนา
เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการรังวัดออกหนังสือรับรองการทําประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๔๖๘๐
ซึ่งเป็นที่ดินพิพาท ตลอดจนเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องที่ผู้ถูกฟ้องคดีใช้ประกอบในการมีคําสั่ง
ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ อันเป็นพยานหลักฐานที่สําคัญในการวินิจฉัยความเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินซึ่ง
พนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายให้แก่บริษัท ป. ได้ และข้อเท็จจริงดังกล่าว
ศาลปกครองมีอํานาจแสวงหาข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีในการออก
โฉนดที่ดินได้ แต่โดยที่ศาลปกครองชั้นต้นยังมิได้แสวงหาข้อเท็จจริงให้เพียงพอแก่การวินิจฉัย
ในประเด็นความเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะราย
ให้แก่บริษัท ป. ได้ ตามมาตรา ๕๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับข้อ ๑๔ ของ
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งรวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการครอบครองและทําประโยชน์ในที่ดินพิพาทที่ผู้ฟ้องคดีได้กล่าวอ้าง
การครอบครองและทําประโยชน์มาในคําฟ้อง กรณีจึงยังมิได้ความชัดแจ้งซึ่งข้อเท็จจริงอันเป็น
สาระสําคัญที่มีผลเป็นการพิสูจน์การกระทําของผู้ถูกฟ้องคดีตามคําฟ้อง ดังนั้น การที่ศาลปกครอง
ชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยยังมิได้พิจารณาในประเด็นดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่ปรากฏเหตุว่า
ข้อเท็จจริงที่ศาลปกครองชั้นต้นฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดี และมีเหตุอันสมควร
ที่ศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษายกคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เพื่อให้ศาลปกครองชั้นต้น
ดําเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องแล้วพิพากษาหรือมีคําสั่งตามรูปคดีต่อไป ตามข้อ ๑๑๒
วรรคหนึ่ง (๓) แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓
และโดยที่คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งเพิกถอนคําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดี
ที่ ๑๒/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ เรื่อง คําสั่งสอบสวนเปรียบเทียบการโต้แย้งสิทธิใน
ที่ดินที่ขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน ที่สั่งการให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่บริษัท ป. ผู้ขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน
อันเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคําสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๙
วรรคหนึ่ง (๑) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ซึ่งหากปรากฏภายหลังว่าศาลมีคําพิพากษา
ให้เพิกถอนคําสั่งพิพาทของผู้ถูกฟ้องคดี ผลแห่งคําพิพากษาดังกล่าวย่อมมีผลกระทบต่อ
บริษัท ป. ซึ่งเป็นผู้ขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน และเป็นบุคคลภายนอกคดี ดังนั้น เพื่อประโยชน์แห่ง
ความยุติธรรม อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน และข้อ ๗๘ แห่ง
ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกอบกับมาตรา ๕๗
วรรคหนึ่ง (๓) (ข) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงเห็นสมควรให้ศาลปกครองชั้นต้น
มีคําสั่งเรียกบริษัท ป. ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีเข้ามาเป็นผู้ร้องสอด ที่ศาลปกครองชั้นต้น
มีคําพิพากษายกฟ้อง นั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษายกคําพิพากษาของ
ศาลปกครองชั้นต้น และให้ศาลปกครองชั้นต้นดําเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องแล้วพิพากษา
หรือมีคําสั่งตามรูปคดีต่อไป
ที่มา : สํานักประธานศาลปกครองสูงสุด
วินิจฉัยทํานองเดียวกันกับ อ.๓๔๗/๒๕๕๗, อ.๓๕๑/๒๕๕๗

218 ตอบกลับไปที่ “ที่ดิน : ฟ้องขอให้เพิกถอนคําสั่งออกโฉนดที่ดิน”

  1. obat jengger ayam di apotik

    Hallo i particularly like about the picture / article / presentation that you describe. Very unique, interesting and useful. denature adalah sebuah perusahaan yang fokus dalam bidang obat herbal aman dan ampuh tanpa efek samping. obat kami sangat mujar…

ใส่ความเห็น