ที่ดิน : ฟ้องขอให้เพิกถอนโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุ

เรื่อง ที่ดิน : ฟ้องขอให้เพิกถอนโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุ (พ.ร.บ. จัดตั้ง
ศาลปกครองฯ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๒ วรรคสอง
และระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๓๐ วรรคสอง และข้อ ๕๐ วรรคหนึ่ง)

ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา อำนาจศาลในการแสวงหาข้อเท็จจริง
ได้ตามความเหมาะสม คดีไม่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๘๗๙/๒๕๕๗
คดีนี้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินราชพัสดุพิพาท ฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่
(กรมธนารักษ์ ที่ ๑ ธนารักษ์พื้นที่นนทบุรี ที่ ๒ อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่ ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัด
นนทบุรี ที่ ๔) ได้นำที่ดินพิพาทแปลงหมายเลขทะเบียนที่ นบ. ๓๙๒ ตำบลบางตลาด
อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ไปดำเนินโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุเพื่อปลูกสร้าง
อาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง และออกประกาศจังหวัดนนทบุรี เรื่อง
การเปิดประมูลพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ นบ. ๓๙๒ ตำบลบางตลาด
อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๔ เพื่อให้ผู้สนใจลงทุนเสนอ
โครงการ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลยกเลิกหรือเพิกถอนโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุ
แปลงหมายเลขทะเบียนที่ นบ. ๓๙๒ นบ. ๔๓๘ และ นบ. ๕๕๔ ตำบลบางตลาด อำเภอ
ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพิกถอนประกาศจังหวัดนนทบุรี เรื่อง การเปิดประมูลพัฒนา
ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ นบ. ๓๙๒ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๔
ที่ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง และเพิกถอนข้อ ๒.๓ ของคำสั่งกรมธนารักษ์ ที่ ๒๙๘/๒๕๕๓
เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศรับฟังความคิดเห็นเมื่อมีการปลูกสร้างอาคารหรือ
เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่า เนื่องจากไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เห็นว่า โดยที่การดำเนิน
โครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุดังกล่าว เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
ตาม พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ ประกอบกับกฎกระทรวง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และ
วิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕
และกรณีให้เพิกถอนข้อ ๒.๓ ของคำ สั่งกรมธนารักษ์ ที่ ๒๙๘/๒๕๕๓ ลงวันที่
๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศรับฟังความคิดเห็นเมื่อมีการปลูกสร้าง
อาคารหรือเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่า ดังกล่าวก็เป็นบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับ
เป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะเจาะจง
จึงมีลักษณะเป็นกฎ คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่
ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใด
ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ และกรณีดังกล่าวนี้ไม่มี
กฎหมายกำหนดขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายไว้
โดยเฉพาะก่อนนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นางสาว น. กับพวก
มีหนังสือ ลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๕ ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ แจ้งว่าได้รับความเดือดร้อนจาก
โครงการพัฒนาตลาดชลประทาน จึงขอให้ชะลอโครงการไว้ก่อน ต่อมา วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๕
ผู้แทนกลุ่มผู้ประกอบการในตลาด จำนวน ๒๔ คน เข้าพบผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ เจ้าหน้าที่ของ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ และสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด เพื่อแจ้งปัญหาความ
เดือดร้อน หลังจากนั้น ในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๕ นางสาว น. กับพวก ได้เข้าพบ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เสนอให้ยกเลิกการประมูล และในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕ ได้มีการ
ประชุมร่วมกัน ประกอบด้วย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ปลัดจังหวัดนนทบุรี บริษัท บ. และนางสาว น.
กับพวก โดยนางสาว น. แจ้งว่าในการเปิดประมูลไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นว่าจะให้
เอกชนเข้าดำเนินการ ที่ประชุมจึงมีมติให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่อง
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นว่าควรดำเนินการอย่างไร จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงรับฟัง
ได้ว่า ผู้ฟ้องคดีซึ่งพักอาศัยหรือค้าขายสินค้าอยู่ในพื้นที่พิพาทย่อมต้องรู้หรือควรรู้ถึงเหตุ
แห่งการฟ้องคดีนี้ ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๕ แล้ว การที่ผู้ฟ้องคดีนำคดีมาฟ้องต่อ
ศาลปกครองเมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๖ จึงเป็นการยื่นฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา
เก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีตามมาตรา ๔๙ แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้ง
ศาลปกครองฯ ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ขอคัดค้านการนำคดีหมายเลขดำที่ ๓๑๒/๒๕๕๖
มารับฟังเป็นพยานหลักฐานอันเป็นผลร้ายแก่ผู้ฟ้องคดีนั้น เห็นว่า คดีนี้และคดีหมายเลขดำ
ที่ ๓๑๒/๒๕๕๖ เป็นคดีที่ผู้ฟ้องคดีต่างรายยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีรายเดียวกัน ทั้งข้อเท็จจริง
เกี่ยวกับมูลคดีซึ่งเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีเป็นมูลคดีเดียวกัน จึงเป็นดุลพินิจของศาลที่จะ
ให้นำข้อเท็จจริงในส่วนที่เป็นคำชี้แจงของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ตามหนังสือจังหวัดนนทบุรี
ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ พร้อมทั้งสำเนาหนังสือของนางสาว น. ฉบับลงวันที่
๕ กันยายน ๒๕๕๕ มาใช้ในการพิจารณาคดีนี้ได้ตามข้อ ๕๐ วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่
ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจ
รับฟังได้ เมื่อคำพิพากษาคดีนี้หากจะก่อประโยชน์ก็คงเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟ้องคดีและ
ประชาชนที่พักอาศัยและค้าขายในตลาดชลประทานในที่ดินราชพัสดุแปลงพิพาทเท่านั้น
ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะหรือเป็นประโยชน์แก่ประชาชนส่วนรวมโดยตรงและ
อย่างแท้จริงเป็นสำคัญแต่อย่างใด และไม่ปรากฏเหตุจำเป็นอื่นที่เป็นอุปสรรคขัดขวาง
ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่อาจยื่นคำฟ้องภายในระยะเวลาการฟ้องคดีที่กฎหมายกำหนดได้ตาม
มาตรา ๕๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ประกอบกับข้อ ๓๐ วรรคสอง แห่ง
ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ศาลปกครองชั้นต้น
มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ นั้น
ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย

 

ที่มา : สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด

207 ตอบกลับไปที่ “ที่ดิน : ฟ้องขอให้เพิกถอนโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุ”

ใส่ความเห็น