ละเมิด : คําสั่งให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

เรื่อง ละเมิด : คําสั่งให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีกระทําละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่
ประมาณการงานก่อสร้างและเป็นกรรมการกําหนดราคากลาง (พ.ร.บ. ความรับผิด
ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔ มาตรา ๘ และมาตรา ๑๐)

คณะกรรมการกําหนดราคากลางทุกคนควรต้องรับผิดร่วมกันแม้คณะกรรมการ
บางรายอาจไม่มีความรู้หรือวิชาชีพเฉพาะด้าน การใช้ดุลพินิจในการออกคําสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหม
ทดแทนไม่สอดคล้องกับกฎหมาย หักส่วนแห่งความรับผิดเพื่อความเป็นธรรมแก่กรณี

คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๖๔๖/๒๕๕๗
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ในขณะที่ผู้ฟ้องคดีดํารงตําแหน่งหัวหน้าส่วนโยธา ๒
(เจ้าหน้าที่บริหารงานช่าง ๒) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (นายกองค์การบริหารส่วนตําบลนานกกก) ได้มีคําสั่ง
ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ แต่งตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางงานก่อสร้างโครงการ
ก่อสร้างท่อเหลี่ยม (สะพานคอนกรีต) วงเงิน ๑,๖๒๐,๐๐๐ บาท ประกอบด้วยนาย ส. ตําแหน่งปลัด
องค์การบริหารส่วนตําบลนานกกก เป็นประธานกรรมการ นางสาว พ. ตําแหน่งหัวหน้าส่วนการคลัง
และผู้ฟ้องคดี เป็นกรรมการ ในการประมาณราคาก่อสร้าง ผู้ฟ้องคดีมีหน้าที่ประมาณการงาน
ก่อสร้างโครงการก่อสร้างท่อเหลี่ยมดังกล่าว ซึ่งต่อมาคณะกรรมการกําหนดราคากลางคํานวณ
ราคากลางได้เป็นเงิน ๑,๕๔๕,๐๐๐ บาท และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ว่าจ้าง บริษัท ศ. ให้ดําเนินการก่อสร้าง
โครงการดังกล่าวเป็นเงิน ๑,๕๔๔,๐๐๐ บาท หลังจากนั้น เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๔๗ สํานักงาน
การตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๙ จังหวัดลําปาง ได้มีหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ แจ้งเรื่อง
การตรวจสอบระบบการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนตําบลนานกกกตามสัญญาจ้างดังกล่าว
พบว่า การคํานวณรายละเอียดของราคากลางหลายรายการ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ
กําหนดราคากลางกําหนดไว้ และการคํานวณค่าแรงซึ่งเป็นที่มาของค่างานต้นทุน ไม่ได้ใช้อัตรา
ค่าแรงงานสําหรับปริมาณวัสดุแต่ละรายการตามที่สํานักงบประมาณกําหนด ต่อมาได้มีการแต่งตั้ง
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดในกรณีดังกล่าว และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มีคําสั่ง
ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๘ แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายจํานวน ๑๘๗,๒๕๘.๙๐ บาท
ตามความเห็นของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (กรมบัญชีกลาง) ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์คําสั่งดังกล่าว แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔
(ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์) พิจารณาแล้วให้ยกอุทธรณ์ ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นฟ้องเป็นคดีนี้ ขอให้ศาล
เพิกถอนคําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริง
ปรากฏว่า ขณะผู้ฟ้องคดีกระทําละเมิด ผู้ฟ้องคดีดํารงตําแหน่งหัวหน้าส่วนโยธา มีหน้าที่รับผิดชอบ
ถอดแบบและประมาณการงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างท่อเหลี่ยม (สะพานคอนกรีต) จํานวน ๑๐ จุด
และปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการกําหนดราคากลางอีกหน้าที่หนึ่ง ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นเจ้าหน้าที่ตามความ
ในมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒
มีคําสั่งลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๘ สั่งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทําละเมิด
แก่ทางราชการจํานวน ๑๘๗,๒๕๘.๙๐ บาท กรณีกระทําละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ตามความเห็น
ของกรมบัญชีกลาง โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานปรากฏว่า ราคากลางที่คณะกรรมการกําหนดราคากลางคํานวณได้สูงกว่าความเป็นจริง เป็นผลมาจากการที่ผู้ฟ้องคดี
เป็นผู้ออกแบบ ถอดแบบ และประมาณการงานก่อสร้าง ได้กําหนดปริมาณวัสดุสูงกว่าความเป็นจริง
เมื่อคณะกรรมการกําหนดราคากลางนําปริมาณวัสดุดังกล่าวมาคํานวณเป็นราคากลาง จึงได้ราคากลาง
ที่สูงเกินจริง พฤติการณ์เป็นการกระทําโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จึงให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้
ค่าเสียหายจํานวน ๑๘๗,๒๕๘.๙๐ บาท ตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๘ แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทาง
ละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ส่วนนาย ส. และนางสาว พ. ในฐานะกรรมการกําหนดราคากลาง
ได้นําปริมาณวัสดุที่สูงเกินจริงที่ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ถอดแบบงานก่อสร้าง มาคํานวณเป็นราคากลาง
โดยได้เทียบราคาต่อหน่วยของวัสดุ แต่ละราย และค่า Factor F ถูกต้องแล้ว ซึ่งการถอดแบบ
งานก่อสร้างเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะด้าน นาย ส. และนางสาว พ. มิใช่ผู้มีวิชาชีพในด้านดังกล่าว
จึงไม่สามารถตรวจสอบปริมาณวัสดุได้ จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย กรณีดังกล่าว เห็นว่า
แม้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ความเสียหายของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการที่
ผู้ฟ้องคดีมิได้พิจารณาปริมาณวัสดุตามหลักวิชาการ ทําให้คณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่ง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งประกอบด้วย (๑) นาย ส. ตําแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลนานกกก
ในฐานะประธานคณะกรรมการ (๒) นางสาว พ. ตําแหน่งหัวหน้าส่วนการคลังในฐานะกรรมการ
และ (๓) ผู้ฟ้องคดีในฐานะกรรมการ พิจารณาและคํานวณราคากลางเป็นผลทําให้ราคากลางสูง
เกินความเป็นจริงมากกว่าที่ควรจะเป็น ทําให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ดี
การพิจารณากําหนดราคากลางโดยคณะกรรมการกําหนดราคากลางดังกล่าวได้มีการดําเนินการตาม
หลักเกณฑ์กําหนดราคากลางงานก่อสร้าง ตามหนังสือกรมการปกครอง ด่วนที่สุด ลงวันที่ ๑๒
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ โดยมีการกําหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไว้ในส่วนที่ ๒ ว่าด้วย วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ
หลักเกณฑ์การคํานวณราคากลางงานก่อสร้าง ข้อ ๗ กําหนดให้มีคณะกรรมการกําหนดราคากลาง
เป็นผู้รับผิดชอบในการคํานวณราคากลาง และข้อ ๗.๒ กําหนดอํานาจหน้าที่ให้คณะกรรมการ
กําหนดราคากลางมีอํานาจหน้าที่คํานวณราคากลางงานก่อสร้างครั้งนั้น ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์นี้
แล้วนําเสนอหัวหน้าส่วนราชการก่อนวันประกาศสอบราคาหรือประกวดราคา จากหลักเกณฑ์ดังกล่าว
คณะกรรมการกําหนดราคากลางจึงมีหน้าที่คํานวณราคากลางงานก่อสร้าง และเป็นผู้รับผิดชอบ
ในการคํานวณราคากลางให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว ้ดังนั้น แม้ความเสียหายที่เกิดขึ้นคดีนี้
เกิดจากการกระทําละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี แต่กรณีดังกล่าวก็มิได้เกิดจากการกระทํา
ของผู้ฟ้องคดีแต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นผลจากการพิจารณากําหนดราคากลาง โดยคณะกรรมการ
กําหนดราคากลาง ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในหนังสือกรมการปกครอง ด่วนที่สุด ลงวันที่ ๑๒
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว เห็นว่าคณะกรรมการกําหนด
ราคากลางทุกคนควรต้องรับผิดร่วมกัน แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าคณะกรรมการบางราย อาจไม่มี
ความรู้หรือวิชาชีพในด้านการถอดแบบงานก่อสร้าง ซึ่งต้องใช้ความรู้เฉพาะด้านก็ตาม สําหรับกรณี
พิพาทคดีนี้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มีคําสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีผู้ทําละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เนื่องจาก
ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ได้กระทําละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
อย่างร้ายแรงตามนัยมาตรา ๘ ประกอบมาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติดังกล่าว การออกคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ทําละเมิดชดใช้
ค่าสินไหมทดแทนต้องคํานึงถึงหลักเกณฑ์ ๓ ประการคือ (๑) ความร้ายแรงแห่งการกระทําและ
ความเป็นธรรมในแต่ละกรณี (๒) หากการละเมิดเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงาน
หรือระบบการดําเนินงานส่วนรวม ต้องหักส่วนแห่งความรับผิดออก (๓) กรณีที่การละเมิดเกิดจาก
เจ้าหน้าที่หลายคน มิให้นําหลักเรื่องลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับ กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคําสั่งตาม
ความเห็นของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดจํานวนเงิน ๑๘๗,๒๕๘.๙๐ บาท
มีผลเป็นการเรียกค่าเสียหายเต็มจํานวนความเสียหาย โดยมิได้นําหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาพิจารณา
อันเป็นการใช้ดุลพินิจในการออกคําสั่งโดยไม่สอดคล้องกับกฎหมาย ดังนั้น แม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒
จะมีคําสั่งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ตามความเห็น
ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ก็ตาม แต่เนื่องจากพฤติการณ์การกระทําละเมิดของผู้ฟ้องคดี สืบเนื่องมาจาก
ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกําหนดราคากลางด้วย จึงเป็นกรณีที่ต้องหักส่วนแห่งความรับผิด
ตามมาตรา ๘ วรรคสาม และวรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
เพื่อความเป็นธรรมแก่กรณีพิพาทคดีนี้ เมื่อผู้ฟ้องคดีเป็นหัวหน้าส่วนโยธา ตําแหน่งนายช่างโยธา ๒
เป็นผู้ประมาณการงานก่อสร้างโครงการท่อเหลี่ยม ๑๐ จุด โดยเป็นผู้มีความรู้ทางด้านช่าง กระทําการ
ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่ได้คํานวณปริมาณวัสดุโครงการดังกล่าวเป็นเหตุให้การกําหนด
ราคากลางสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น และในฐานะคณะกรรมการกําหนดราคากลางได้กําหนดราคากลาง
จากการประมาณการงานก่อสร้างคํานวณราคาสูงเกินความเป็นจริง ผู้ฟ้องคดีจึงควรต้องรับผิดชดใช้
ค่าสินไหมทดแทนในอัตราส่วนที่มากกว่าคณะกรรมการกําหนดราคากลางคนอื่น เมื่อพิจารณา
หักส่วนแห่งความรับผิดให้ผู้ฟ้องคดี เฉพาะกรณีผู้ฟ้องคดีเป็นคณะกรรมการกําหนดราคากลางด้วยแล้ว
เห็นควรกําหนดให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนร้อยละ ๕๐ ของความเสียหายทั้งหมด
เป็นจํานวนเงิน ๙๓,๖๒๙.๔๕ บาท ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ออกคําสั่งองค์การบริหารส่วนตําบล
นานกกก ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๘ เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเห็นของ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๘ เฉพาะส่วนที่เกินกว่า
จํานวนเงิน ๙๓,๖๒๙.๔๕ บาท จึงเป็นคําสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลปกครองชั้นต้น
พิพากษาเพิกถอนคําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๘ เฉพาะส่วนที่ให้ผู้ฟ้องคดี
รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่องค์การบริหารส่วนตําบลนานกกกเกินกว่า ๙๓,๖๒๙.๔๕ บาท
ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๓ (นายอําเภอลับแล) นั้น แต่มิได้กําหนดว่าให้มีผลตั้งแต่เมื่อใด
ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วยบางส่วน พิพากษาแก้คําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นเพิกถอน
คําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๘ เฉพาะส่วนที่ให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้
ค่าสินไหมทดแทนแก่องค์การบริหารส่วนตําบลนานกกกเกินกว่า ๙๓,๖๒๙.๔๕ บาท ทั้งนี้ โดยให้มีผล
นับแต่วันที่มีคําสั่งดังกล่าว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น
ที่มา : สํานักประธานศาลปกครองสูงสุด

149 ตอบกลับไปที่ “ละเมิด : คําสั่งให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน”

  1. I?аАТ’аЂа†ll right away grasp your rss feed as I can not to find your e-mail subscription link or newsletter service. Do you ave any? Kindly permit me recognize so that I could subscribe. Thanks.

ใส่ความเห็น