วิธีพิจารณาคดีปกครอง : คำฟ้องเพิ่มเติม

เรื่อง วิธีพิจารณาคดีปกครอง : คำฟ้องเพิ่มเติม (พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา ๙
วรรคหนึ่ง (๑) และ (๓) และมาตรา ๕๑ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ และระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. ๒๕๔๓ ข้อ ๔๘ วรรคสอง และข้อ ๖๒ วรรคสาม

ยื่นคำฟ้องเพิ่มเติมเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดี ระยะเวลาการพิจารณา
ทางปกครองที่ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๕๓๙/๒๕๕๗
คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (ผู้อำนวยการ
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง) ที่ไม่ให้ผู้ฟ้องคดีเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
ตามหนังสือลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ อันเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่
ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ
ต่อมา ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำฟ้องเพิ่มเติมในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ ก่อนวันสิ้นสุดการแสวงหา
ข้อเท็จจริงของศาลปกครองชั้นต้น โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม
ชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๓๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นคดีพิพาท
เกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากคำสั่งทางปกครองตามมาตรา ๙
วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวและคำฟ้องเพิ่มเติมดังกล่าวมีมูลเหตุเดียวกันกับ
คำฟ้องเดิมของผู้ฟ้องคดี ตลอดจนถือเป็นคำฟ้องที่จะรวมพิจารณาด้วยกันได้ ตามข้อ ๔๘
วรรคสองและข้อ ๖๒ วรรคสาม แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. ๒๕๔๓ ก็ตาม คำฟ้องเพิ่มเติมในคดีนี้ก็ยังคงต้องยื่นฟ้องต่อศาลภายในกำหนด
ระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มี
เหตุแห่งการฟ้องคดีตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า
หลังจากที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ แจ้งให้ผู้ปกครองของผู้ฟ้องคดีทราบว่าผู้ฟ้องคดีถูกตัดคะแนน
ความประพฤติทำให้ไม่มีสิทธิเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ของโรงเรียนฯ ตามหนังสือ
ลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ มารดาของผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๕
ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ขอให้ทบทวนคำสั่งดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้รับหนังสือดังกล่าว
ในวันเดียวกัน แต่ไม่ได้มีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ฟ้องคดีทราบ และกรณีดังกล่าวไม่ได้
มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาการพิจารณาไว้โดยเฉพาะจึงต้องนำ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการ
ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาใช้บังคับ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จอย่างช้าที่สุด
ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือขอให้ทบทวนคำสั่งดังกล่าวตามมาตรา ๔๕ แห่ง
พระราชบัญญัติดังกล่าว คือ ภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ กรณีจึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีรู้
หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีตามคำฟ้องเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ และ
มีสิทธิยื่นฟ้องคดีในข้อพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดต่อศาลภายใน ๑ ปี นับแต่วันดังกล่าว
ตามมาตรา ๕๑ แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ การที่ผู้ฟ้องคดียื่นคำฟ้องเพิ่มเติมต่อ
ศาลเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ จึงเป็นการยื่นฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
และการฟ้องเพิ่มเติมคดีนี้ก็มิใช่คดีที่ยื่นฟ้องเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทั้งมิได้มีเหตุอื่นใดที่เป็น
อุปสรรคขัดขวางมิให้ผู้ฟ้องคดีสามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาล อันจะอ้างเป็นเหตุจำเป็นได้
ตามมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง
เพิ่มเติมนี้ไว้พิจารณา และไม่จำต้องพิจารณาคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลของผู้ฟ้องคดี นั้น
ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย

 

ที่มา : สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด

153 ตอบกลับไปที่ “วิธีพิจารณาคดีปกครอง : คำฟ้องเพิ่มเติม”

  1. This is really interesting, You are a very skilled blogger. I have joined your rss feed and look forward to seeking more of your wonderful post. Also, I ave shared your site in my social networks!

ใส่ความเห็น