วิธีพิจารณาคดีปกครอง : คําอุทธรณ์ที่มีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควร ได้รับการวินิจฉัย

เรื่อง วิธีพิจารณาคดีปกครอง : คําอุทธรณ์ที่มีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควร
ได้รับการวินิจฉัย (พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา ๗๓ วรรคสาม ระเบียบของ
ที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ข้อ ๑๐๘ วรรคสอง)
ข้อเท็จจริงที่ไม่อาจทําให้ผลของคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น

เปลี่ยนแปลงไป และไม่ทําให้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยคดีแตกต่างไปจากที่ศาลปกครองชั้นต้น
ได้วินิจฉัยมา

คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๖๗๐/๒๕๕๗
คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ (ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑) มีคําสั่งที่ ๕๕๙/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๑
แก้ไขคําสั่งที่ ๘๕/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๐ ที่กําหนดตําแหน่งและแต่งตั้งให้ผู้ฟ้องคดี
ซึ่งเดิมดํารงตําแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี ๗ ตําแหน่งเลขที่ อ.๘๐ เป็นตําแหน่ง
เจ้าหน้าที่บริหารงานการเงิน ๗/๘ ตําแหน่ง เลขที่ อ.๑๖ และคําสั่งที่ ๕๑๓/๒๕๕๐ ลงวันที่
๑๘ กันยายน ๒๕๕๐ ที่เลื่อนและแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีให้ดํารงตําแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงิน
และบัญชี ๘ ตําแหน่งเลขที่ อ.๑๖ แล้วทําให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายต้องกลับไป
ครองตําแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี ๗ ตําแหน่งเลขที่ อ.๑๙ จากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓
ได้มีคําสั่งที่ ๔๓๗/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ แก้ไขคําสั่งที่ ๕๕๙/๒๕๕๑ ลงวันที่
๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ โดยกําหนดตําแหน่งเลขที่ อ.๑๙ เป็นตําแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ๗
เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย และแต่งตั้งให้ผู้ฟ้องคดีดํารงตําแหน่งดังกล่าว และมีคําสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๒
ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ยกเลิกคําสั่งที่ ๔๓๗/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ ขอให้ศาล
มีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้เพิกถอนคําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ที่ ๕๕๙/๒๕๕๑ ลงวันที่
๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ คําสั่งที่ ๔๓๗/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ และคําสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๒
ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ แต่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากถือว่าผู้ฟ้องคดี
ควรรู้เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ เมื่อพ้นกําหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (คณะกรรมการ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)) ได้รับหนังสือร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดี คือ วันที่
๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒ การที่ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ จึงเป็นการฟ้องคดี
เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาการฟ้องคดีตามมาตรา ๔๙ แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ส่วนกรณีที่
ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ ร้องทุกข์กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีคําสั่งที่ ๔๓๗/๒๕๕๒
ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ และมีหนังสือลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ร้องทุกข์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่
(สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส.พ.ฐ.) ที่ ๑ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ ที่ ๔) อ้างว่า
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีคําสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ก็ไม่เป็นเหตุขยายเวลาการฟ้องขอให้เพิกถอนคําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ที่ ๕๕๙/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ เมื่อพิจารณาคําอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีที่อ้างว่าถ้านับจากวันที่ผู้ฟ้องคดีได้ยื่น
ร้องทุกข์หนังสือลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ กรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีคําสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๒
ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ คัดค้านขอความเป็นธรรมก็จะเป็นการยื่นฟ้องคดีภายใน
กําหนดเวลาเมื่อได้ล่วงพ้นเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่แก้ไขการกระทํา
ที่ผิดระเบียบ แต่ไม่ได้รับการชี้แจงใดๆ การที่ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นร้องทุกข์ตามหนังสือลงวันที่
๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ และลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ก็เป็นการร้องทุกข์คัดค้านคําสั่งที่ ๔๓๗/๒๕๕๒
ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ และคําสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ โดยชัดเจน
นอกจากนี้ ผู้ฟ้องคดีก็ได้ยอมรับในคําอุทธรณ์แล้วว่า หากนับตั้งแต่วันที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ได้มีคําสั่ง
ที่ ๕๕๙/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ ถึงวันที่ยื่นอุทธรณ์คําสั่งย่อมเกินกําหนดเวลาการฟ้องคดี
ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงเป็นที่ยุติตามศาลปกครองชั้นต้นได้วินิจฉัยแล้วว่า การที่ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นฟ้องคดีนี้
เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ เป็นการยื่นฟ้องคดีเมื่อพ้นกําหนดเวลาการฟ้องคดีตามมาตรา ๔๙
แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ แม้ผู้ฟ้องคดีอ้างในอุทธรณ์ว่า หากนับระยะเวลาจากวันที่ผู้ฟ้องคดี
ยื่นร้องทุกข์ตามหนังสือลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นวันที่ผู้ฟ้องคดีได้ร้องทุกข์และ
คัดค้านคําสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ถึงวันยื่นฟ้องคดีนี้ เป็นการยื่นฟ้องคดีนี้
ภายในกําหนดระยะเวลาการฟ้องคดี ก็ไม่อาจทําให้ผลของคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น
เปลี่ยนแปลงไปและไม่ทําให้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยคดีแตกต่างไปจากที่ศาลปกครองชั้นต้น
ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้แล้วว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีคําสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๒ ลงวันที่
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เป็นคําสั่งที่ยกเลิกคําสั่งที่ ๔๓๗/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๒
เนื่องจากอ้างมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ไม่ครบถ้วน และคําสั่งดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสถานภาพของ
สิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีเพราะผู้ฟ้องคดียังครองตําแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี ๗
ตําแหน่งเลขที่ อ.๑๙ ต่อไป อีกทั้งคําสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ก็เป็นการ
แก้ไขคําสั่งที่ ๕๕๙/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่ทําให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อน
หรือเสียหายและเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ กรณีจึงเห็นได้ว่าคําอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีไม่อาจทําให้ผล
ของคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นเปลี่ยนแปลงไป และไม่ทําให้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยคดี
แตกต่างไปจากที่ศาลปกครองชั้นต้นได้วินิจฉัยมาแต่อย่างใด ดังนั้น คําอุทธรณ์คําพิพากษาของ
ผู้ฟ้องคดี จึงเป็นคําอุทธรณ์ที่มีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย
ตามมาตรา ๗๓ วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ประกอบกับข้อ ๑๐๘ วรรคสอง
แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ จึงมีคําสั่งไม่รับอุทธรณ์
และให้จําหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ที่มา : สํานักประธานศาลปกครองสูงสุด

73 ตอบกลับไปที่ “วิธีพิจารณาคดีปกครอง : คําอุทธรณ์ที่มีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควร ได้รับการวินิจฉัย”

  1. Greɑt – I shgⲟuld ϲeгtainly pronoᥙnce, impressеd ᴡith yoսr site.
    I had no trouble navigatіng through all tthe tabѕ ɑs well as rеlated info ended up being truly simple to do to aсcess.
    I recentlу foᥙnd what I hokped for befoгe you know it
    aat all. Reasonably unuѕual. Is likelʏ to appreciɑte it ffor those who addd forums
    or anythіng, sіte theme . a tones way for yoᥙr client to communicate.
    Excellent task.

    Feeⅼ free tto surf to my page … look these up (http://www.thehindubusinessline.com)

ใส่ความเห็น