วิธีพิจารณาคดีปกครอง : ฟ้องซ้ำ

เรื่อง วิธีพิจารณาคดีปกครอง : ฟ้องซ้ำ (ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณา
คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ข้อ ๙๗)

เป็นฟ้องซ้ำ

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๘๐๖/๒๕๕๗
คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา ตำแหน่งนิติกร
สังกัดกองบริหารงานบุคคล สำนักงานอธิการบดีของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลตะวันออก) ตามสัญญาจ้างทำงาน พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ ๒๐ เมษายน
๒๕๕๓ มีกำหนดระยะเวลาจ้าง ๓ ปี ซึ่งครบกำหนดตามสัญญาในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๖
แต่ปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (นาย ส.) ในฐานะรองอธิการบดีปฏิบัติราชการแทนอธิการบดี
ได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไม่ประสงค์
ต่อสัญญาจ้างให้ผู้ฟ้องคดีทำงานต่อไป ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องทุกข์ต่อประธานคณะกรรมการ
อุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย หลังจากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ (คณะกรรมการอุทธรณ์
และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก) ได้มีหนังสือลงวันที่ ๙ พฤษภาคม
๒๕๕๖ แจ้งผลการพิจารณาคำร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีว่ามีมติยกคำร้องทุกข์ ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นฟ้องคดี
ต่อศาลขอให้เพิกถอนการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา และเพิกถอน
ระยะเวลาของสัญญาจ้างดังกล่าว ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก่อนที่ผู้ฟ้องคดีจะยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม
ในคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีได้เคยยื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามต่อศาลปกครองระยอง ในคดีหมายเลขดำ
ที่ ๗๗/๒๕๕๖ หมายเลขแดงที่ ๑๑๐/๒๕๕๖ ว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ในฐานะรองอธิการบดีปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีแจ้งผู้ฟ้องคดีว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
ไม่ต่อสัญญาจ้างให้กับผู้ฟ้องคดี ตามหนังสือลงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการไม่ต่อ
สัญญาจ้างดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลเพิกถอนหนังสือฉบับดังกล่าว ศาลปกครองระยอง
ได้มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โดยวินิจฉัยว่า สัญญาจ้าง
ระหว่างผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ กับผู้ฟ้องคดีเป็นสัญญาทางปกครอง หนังสือที่ผู้ฟ้องคดีมีคำขอให้ศาลเพิกถอน
เป็นเพียงหนังสือแจ้งการสิ้นสุดสัญญาจ้างอันเป็นการใช้สิทธิเลิกจ้างตามสัญญาที่คู่สัญญา
มีนิติสัมพันธ์ต่อกันเท่านั้น มิใช่คำสั่งทางปกครอง คำขอของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคำขอที่ศาลไม่อาจ
ออกคำบังคับได้ ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นฟ้องคดีนี้ เห็นว่า เมื่อศาลปกครองระยองได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่า
สัญญาจ้างพิพาทเป็นสัญญาทางปกครอง เมื่อผู้ฟ้องคดีเห็นว่ามีการเลิกสัญญาโดยไม่ชอบอันเป็นการ
ผิดสัญญา ผู้ฟ้องคดีก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้เท่านั้น การที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีนี้โดยมีคำขอหลัก
คือขอให้เพิกถอนการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาที่จะต่อสัญญาจ้าง
ของผู้ฟ้องคดี คำขอของผู้ฟ้องคดีในคดีนี้จึงมีผลเป็นการเพิกถอนหนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งแจ้ง
การสิ้นสุดสัญญาจ้างดังเช่นที่ผู้ฟ้องคดีมีคำขอในคดีเดิม ซึ่งศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่อาจออกคำบังคับได้
ส่วนคำขอที่ให้เพิกถอนสัญญาจ้างในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาของสัญญาจ้างซึ่งไม่เป็นไปตาม
ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยนั้น เห็นว่า เป็นคำขอที่ต่อเนื่องจากคำขอหลักที่ขอให้เพิกถอนการ
ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ฟ้องคดี ซึ่งการใช้สิทธิตามสัญญาจ้างเป็นสิทธิของคู่สัญญาที่จะมีสิทธิ
ดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดในสัญญาและบทบัญญัติของกฎหมาย ศาลจึงไม่อาจมีคำพิพากษาหรือ
คำสั่งให้เพิกถอนสัญญาจ้างได้ ส่วนคำขอที่ขอให้ศาลพิพากษาว่า หากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม
เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและสัญญาจ้างและใช้ดุลพินิจโดยชอบ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามจ่ายเงิน
ชดเชยให้แก่ผู้ฟ้องคดีอันเนื่องมาจากการถูกเลิกจ้างนั้น เห็นว่า ผู้ฟ้องคดีอ้างในคำฟ้องว่าการเลิกจ้าง
เป็นไปโดยไม่ชอบ ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจมีคำขอโดยอ้างว่าการเลิกจ้างเป็นไปโดยชอบและขอให้
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามจ่ายเงินชดเชยได้ เนื่องจากเป็นคำขอที่ไม่สอดคล้องกับเหตุแห่งการฟ้องคดี
ตามคำฟ้อง การที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีนี้จึงเป็นการยื่นคำฟ้องโดยมีคู่กรณีเดียวกันฟ้องกันอีก
ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันในคดีซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี
ถึงที่สุดแล้ว อันเป็นการฟ้องซ้ำ ซึ่งต้องห้ามตามข้อ ๙๗ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วย
วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและ
จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย

 

ที่มา : สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด

47 ตอบกลับไปที่ “วิธีพิจารณาคดีปกครอง : ฟ้องซ้ำ”

ใส่ความเห็น