วินัย : คําสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ

เรื่อง วินัย : คําสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ (ข้าราชการฝ่ายอัยการ) กรณีมีพฤติกรรม
เรียกและรับเงินจากการฟ้องคดีอาญา (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑
มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๖๐ (๑) และ (๘))

เป็นคําสั่งลงโทษที่ชอบด้วยกฎหมาย

คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๕๗๐/๒๕๕๗
ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า เดิมผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการฝ่ายอัยการ ขณะดํารงตําแหน่งอัยการพิเศษ
ประจํากรม สํานักงานอัยการเขต ๑ ช่วยราชการสํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปกครอง ๕
ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติ
ในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการและ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (ประธานกรรมการอัยการ) ได้มีคําสั่งลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๔๙ ลงโทษปลด
ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการตามมติดังกล่าวจากกรณีผู้ฟ้องคดีเมื่อครั้งรักษาการในตําแหน่งอัยการ
จังหวัดสมุทรปราการได้เรียกและรับเงินจากการฟ้องคดีอาญาจากฝ่ายผู้ต้องหาเพื่อไม่ต้องเลื่อน
การฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลไปวันอื่น ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า คําสั่งลงโทษผู้ฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จึงขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และคําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒
ดังกล่าว เห็นว่า จากเอกสารพยานหลักฐานและบันทึกถ้อยคําพยานฟังได้ว่า ในวันที่
๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗ มีการสั่งเลื่อนนัดให้นายประกันนําตัวผู้ต้องหามาส่ง ณ สํานักงานอัยการ
จังหวัดสมุทรปราการออกไปเป็นวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๗ จริง และการมีคําสั่งเลื่อนนัดออกไป
เป็นการมีคําสั่งในช่วงที่นาย ป. อัยการเจ้าของสํานวนมิได้อยู่ที่สํานักงาน กรณีจึงน่าเชื่อได้ว่านาย ป.
มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการมีคําสั่งเลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหาออกไปเป็นวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๗
แต่อย่างใด ประกอบกับนาง ส. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ๖ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านธุรการ
และรับสํานวนคดีอาญา ส.๑ ได้ให้ถ้อยคําว่า ได้รับมอบสํานวนคดีอาญา ส.๑ เลขรับที่ ๒๔๓๕/๒๕๔๗
เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๗ แล้วดําเนินการเข้าปกสํานวน โดยนัดผู้ต้องหาทั้งสองให้มาฟังคําสั่ง
ในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗ เวลา ๙.๐๐ นาฬิกา จากนั้น เสนอสํานวนต่อผู้ฟ้องคดี ซึ่งผู้ฟ้องคดี
ได้มอบหมายให้นาย ป. เป็นผู้ตรวจสํานวน ระหว่างนั้นตั้งแต่วันที่ ๖ ถึงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๗
สํานวนยังไม่มีการสั่ง จนวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ช่วงเช้าผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมนายประกัน
ได้มาที่สํานักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ แต่ไม่ได้ยื่นฟ้องในตอนเช้า และได้มีการเลื่อนไป
ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๗ ซึ่งได้มีการลงรายการเลื่อนไป ปรากฏในสัญญาประกันด้านหลัง
เอกสารที่ปรากฏในสํานวน โดยอัยการจังหวัด (ผู้ฟ้องคดี) บอกว่าให้เลื่อนไป แต่ต่อมาในช่วงบ่าย
ได้มีการนําผู้ต้องหาทั้งสองไปยื่นฟ้องศาล จากพยานเอกสารหลักฐานการลงรายการเลื่อนนัด
ท้ายสัญญาประกันประกอบกับถ้อยคําพยานและพฤติการณ์แวดล้อม ฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีในฐานะ
อัยการจังหวัดเป็นผู้มีคําสั่งให้เลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหาออกไปเป็นวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๗
เมื่อพิจารณาประกอบกับพฤติการณ์ที่นาย พ. ได้เข้าพบผู้ฟ้องคดีที่ห้องทํางานในวันเกิดเหตุภายหลังจากที่ทราบว่ามีการสั่งเลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหาออกไป โดยภายหลังจากที่นาย พ. และนายว.
ได้นําเงินจํานวนหนึ่งแสนบาทใส่ซองมามอบให้ผู้ฟ้องคดีที่ห้องทํางานในช่วงบ่ายแล้ว ผู้ฟ้องคดีก็ได้
ดําเนินการให้มีการส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการในเวลาต่อมา ทั้งที่
ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีคําสั่งเลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหาในสํานวนคดีดังกล่าวออกไปแล้วในช่วงเช้า
พฤติการณ์จึงฟังได้ตามข้อกล่าวหาว่าผู้ฟ้องคดีเรียกและรับเงินจํานวนหนึ่งแสนบาทจากนาย พ.
และนาย ว. เพื่อส่งฟ้องคดีต่อศาลในวันดังกล่าวจริง ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่านาย พ. ได้เข้ามาพบ
ผู้ฟ้องคดีที่ห้องทํางานในวันเกิดเหตุเพื่อร้องขอให้ผู้ฟ้องคดีมีคําสั่งไม่ฟ้องสํานวนคดีดังกล่าว
และได้ถูกผู้ฟ้องคดีตําหนิจนเกิดความไม่พอใจอันเป็นเหตุให้นาย พ. โกรธเคืองและกล่าวหาให้ร้าย
ผู้ฟ้องคดีนั้น เห็นว่า ในวันเกิดเหตุ นาย พ. และนาย ว. ได้ไปรอที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการตั้งแต่
ในช่วงเช้าเพื่อเตรียมประกันตัวผู้ต้องหาในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาลงโทษจําคุกผู้ต้องหา แต่เมื่อได้ทราบว่า
มีการสั่งเลื่อนส่งตัวผู้ต้องหาออกไป กรณีจึงไม่มีเหตุผลที่นาย พ. จะเข้าพบผู้ฟ้องคดีที่ห้องทํางาน
เพื่อร้องขอให้สั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าวแต่อยางใด ่ เมื่อพิจารณาเอกสารพยานหลักฐานประกอบถ้อยคําพยาน
จึงฟังได้ว่า ในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ซึ่งเป็นวันนัดส่งตัวผู้ต้องหาตามสัญญาประกัน ผู้ฟ้องคดี
เป็นผู้สั่งให้เลื่อนการส่งตัวผู้ต้องหาออกไป แต่เมื่อได้รับเงินตามที่ได้เรียกร้องจํานวนหนึ่งแสนบาท
จากนาย พ. และนาย ว. แล้ว จึงได้มีการยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลในวันเดียวกัน พฤติการณ์และ
การกระทําของผู้ฟ้องคดีดังกล่าวจึงเป็นการกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม
และกระทําการอันอาจทําให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตําแหน่งหน้าที่ราชการตามมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๗
มาตรา ๔๙ และมาตรา ๖๐ (๑) (๘) แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑
การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ลงโทษปลดผู้ฟ้องคดี
ออกจากราชการ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มีคําสั่งลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๔๙ ลงโทษปลดผู้ฟ้องคดี
ออกจากราชการตามมติดังกล่าว จึงเป็นการกระทําที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า ในชั้นการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนชั้นต้น
มิได้ให้โอกาสผู้ฟ้องคดีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการสอบสวนชั้นต้น จึงไม่เป็นธรรม
แก่ผู้ฟ้องคดีตั้งแต่แรกนั้น เห็นว่า การดําเนินการสอบสวนชั้นต้นเป็นกระบวนการแสวงหา
ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่ากรณีที่มีการกล่าวหามีมูลหรือไม่ จึงเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการ
สอบสวนที่จะพิจารณาให้ผู้มีกรณีเกี่ยวข้องได้ชี้แจงเรื่องราวเป็นหนังสือหรือโดยบันทึกเรื่องราวและ
ความเห็นก็ได้ ซึ่งการไม่ให้โอกาสผู้ฟ้องคดีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการสอบสวนชั้นต้น
ยังไม่ถึงขนาดมีผลทําให้ผู้ฟ้องคดีไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่อยางใด ่ ประกอบกับข้อเท็จจริงปรากฏวา่
ในชั้นการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมรายละเอียด
เท่าที่มีให้ผู้ฟ้องคดีทราบ และได้เปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดีได้ชี้แจงแสดงพยานหลักฐานของตน
เพื่อหักล้างข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่แล้ว อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า
คําให้การของนาย พ. ฉบับลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าได้มีการจัดทํา
คําให้การของนาย พ. ขึ้นใหม่ แล้วได้ถ่ายสําเนาเอกสารที่จัดทําขึ้นใหม่พร้อมรับรองสําเนาถูกต้องส่งต่อศาลพร้อมคําให้การของผู้ถูกฟ้องคดี และมีการนํานามบัตรของนาย น. ทนายความของนายว.
วางไว้ที่มุมด้านขวาของเอกสารความเห็นและคําสั่งของพนักงานอัยการ แล้วถ่ายเอกสารลงชื่อรับรอง
ความถูกต้องอันเป็นการจัดทําเอกสารและรับรองสําเนาอันเป็นเท็จอ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาล นั้น
เห็นว่า กรณีไม่ปรากฏหลักฐานสนับสนุนให้เชื่อได้ตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี
ในส่วนนี้จึงไม่อาจรบฟั ังได้เช่นกัน ที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย
ที่มา : สํานักประธานศาลปกครองสูงสุด

372 ตอบกลับไปที่ “วินัย : คําสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ”

  1. You actually make it seem really easy together with your presentation but I in finding this matter to be really something that I feel I would by no means understand. It sort of feels too complex and extremely broad for me. I’m looking forward for your next publish, Ill try to get the cling of it!

  2. hello!,I like your writing so much! share we keep up a correspondence extra about your article on AOL? I require an expert on this space to resolve my problem. May be that is you! Looking ahead to look you.

  3. Gillespie bentonite caput ulnare musculi extensoris carpi ulnaris hepatic adenoma dilatation and evacuation (D&E) aflatoxin auricular leucine dehydrogenase guanosine (G, Guo) haliphagia buy generic paxil articulatio temporomandibularis facies dorsalis ganga intravaginal torsion figure-of-8 suture Achilles reflex canities circumscripta

  4. This unique blog is no doubt cool additionally informative. I have discovered a lot of interesting advices out of this amazing blog. I ad love to return over and over again. Thanks a bunch!

  5. obat jengger ayam resep dokter

    Hallo i particularly like about the picture / article / presentation that you describe. Very unique, interesting and useful. denature Indonesia yaitu sebuah perusahaan yang fokus dalam bidang obat herbal aman dan ampuh tanpa efek samping. obat kami san…

  6. Terrific work! That is the type of info that are supposed to be shared around the web. Disgrace on Google for not positioning this post upper! Come on over and visit my web site. Thanks =)

ใส่ความเห็น