สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ : การปฏิเสธไม่จ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์

เรื่อง สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ : การปฏิเสธไม่จ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ (พ.ร.บ.
ระเบียบข้าราชการตํารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕
มาตรา ๑๐๐ และมาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง ระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ว่าด้วย
การฌาปนกิจสงเคราะห์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๔
ข้อ ๑๓ และข้อ ๑๕ ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๑๐๑ วรรคสอง)

เป็นการกระทําที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการกระทําละเมิด มิใช่เป็นปัญหา
อันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือปัญหาเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ

คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๖๔๕/๒๕๕๗
ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้จัดการมรดกและเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย
ของสิบตํารวจเอก อ. ซึ่งเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (สํานักงานตํารวจ
แห่งชาติ) ประเภทสามัญ ต่อมา สิบตํารวจเอก อ. ถึงแก่ความตายด้วยเหตุภูมิคุ้มกันบกพร่อง
เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เพื่อขอรับเงินสงเคราะห์
ของสิบตํารวจเอก อ. แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (กองสวัสดิการ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ) มีหนังสือแจ้ง
ผู้ฟ้องคดีว่า สิบตํารวจเอก อ. ชําระเงินสงเคราะห์ครั้งสุดท้ายงวดประจําเดือนเมษายน ๒๕๔๕
และขาดชําระเงินสงเคราะห์ตั้งแต่งวดดังกล่าวติดต่อกันจนกระทั่งถึงแก่กรรมเป็นเวลา ๓ ปี ๗ เดือน
ถือว่าขาดจากการเป็นสมาชิกตามข้อ ๑๕ ของระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ว่าด้วย
การฌาปนกิจสงเคราะห์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๘ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒
ได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ พิจารณาคําร้องขอ
ความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีหนังสือแจ้งผู้ฟ้องคดีว่า คณะอนุกรรมการ
ฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๐
ไม่อนุมัติให้ยกเว้นการขาดสมาชิกภาพของสิบตํารวจเอก อ. และได้เสนอให้ที่ประชุม
คณะกรรมการฌาปนกิจสงเคราะห์ สํานักงานตํารวจแห่งชาติพิจารณาเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๐
ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า เหตุที่สิบตํารวจเอก อ.
ขาดส่งเงินสงเคราะห์ตั้งแต่ชําระงวดสุดท้ายประจําเดือนเมษายน ๒๕๔๕ เป็นต้นมา เพราะถกไลู ่ออก
จากราชการจึงไม่มีเงินเดือนให้หักชําระเงินสงเคราะห์ดังกล่าว อีกทั้งภายหลังจากถูกไล่ออก
จากราชการสิบตํารวจเอก อ. เจ็บป่วยตลอดมาจนกระทั่งถึงแก่ความตาย การขาดชําระเงิน
สงเคราะห์ดังกล่าวจึงเป็นเหตุสุดวิสัย และผู้ฟ้องคดีได้ติดต่อขอรับเงินสงเคราะห์จากผู้ถูกฟ้องคดี
ทั้งสองตลอดมา แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเพิกเฉย จึงขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจ่ายเงินสงเคราะห์
รายสิบตํารวจเอก อ. ให้แก่ผู้ฟ้องคดีจํานวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท เห็นว่า ระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
ว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๑๕
กําหนดว่า สมาชิกที่ขาดส่งเงินสงเคราะห์ติดต่อกันเกินกว่า ๙ เดือน นับแต่วันส่งเงินสงเคราะห์ครั้งสุดท้าย ถือว่าขาดจากการเป็นสมาชิก เว้นแต่คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นอย่างอื่น ในการนี้
คณะกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้กําหนดหลักเกณฑ์การยกเว้น
การขาดสมาชิกภาพของสมาชิกตามข้อ ๑๕ ของระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ว่าด้วย
การฌาปนกิจสงเคราะห์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๘ ไว้ในการประชุม
เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ข้อ ๒.๒.๑ สมาชิกที่เป็นข้าราชการตํารวจและลูกจ้างประจํา
ให้ทรงสิทธิการเป็นสมาชิกไว้โดยให้แจ้งเหตุผลประกอบ ดังนี้ ฯลฯ ข้อ ๒.๒.๑.๒ สมาชิกที่ถูกพักราชการ
หรือถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อนขาดสมาชิกภาพ เนื่องจากไม่ได้รับเงินเดือนและต่อมาได้มีคําสั่ง
ให้กลับเข้ารับราชการใหม่ และคณะอนุกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
ได้กําหนดหลักเกณฑ์การยกเว้นการขาดสมาชิกภาพกรณีสมาชิกถึงแก่กรรมไว้ในการประชุม
เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ข้อ ๔ ว่า กรณีสมาชิกขาดสมาชิกภาพเนื่องจากเจ็บป่วยและ
การฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าได้ส่งชําระเงินสงเคราะห์
มาแล้วเกินกว่า ๓๐ ปี ก็ให้ยกเว้นการขาดสมาชิกภาพ จากข้อกําหนดของระเบียบและหลักเกณฑ์
ของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ข้างต้น
เห็นได้ว่า การชําระเงินสงเคราะห์ถือเป็นหน้าที่ของสมาชิก หากขาดชําระเงินสงเคราะห์
เกินระยะเวลาที่กําหนดไว้จะเป็นผลให้ต้องขาดสมาชิกภาพและไม่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์
เว้นแต่จะได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการการฌาปนกิจ
สงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ กําหนดไว้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า สิบตํารวจเอก อ. เป็นสมาชิก
ฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ประเภทสามัญ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ต่อมา
ผู้บัญชาการกองบัญชาการตํารวจนครบาลมีคําสั่งลงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๔๕ ลงโทษ
ไล่สิบตํารวจเอก อ. ออกจากราชการ เป็นเหตุให้ไม่สามารถหักเงินเดือนเพื่อส่งเป็นเงินสงเคราะห์
ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ตั้งแต่งวดเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๕ และไม่ปรากฏว่าสิบตํารวจเอก อ.
ได้ชําระเงินสงเคราะห์โดยวิธีอื่นจนกระทั่งถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
รวมระยะเวลาที่ไม่ได้ชําระเงินสงเคราะห์ ๓ ปี ๗ เดือน จึงพิจารณาได้ว่า สิบตํารวจเอก อ. ขาดส่ง
เงินสงเคราะห์ติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า ๙ เดือน นับแต่วันส่งเงินสงเคราะห์ครั้งสุดท้าย
ในเดือนเมษายน ๒๕๔๕ ถือว่าสิบตํารวจเอก อ. ขาดจากการเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ของ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ตามข้อ ๑๕ ของระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ว่าด้วยการฌาปนกิจ
สงเคราะห์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๘ การขาดจากสมาชิกภาพของ
สิบตํารวจเอก อ. จึงทําให้ไม่อาจเรียกเก็บเงินสงเคราะห์จากสมาชิกอื่นเพื่อนําไปจ่ายให้แก่ทายาท
ของสิบตํารวจเอก อ. ได้ แต่ปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้เสนอเรื่องของสิบตํารวจเอก อ.
ให้คณะอนุกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เพื่อพิจารณายกเว้นการขาด
สมาชิกภาพ แต่คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่เข้าหลักเกณฑ์การยกเว้นการขาด
สมาชิกภาพตามที่คณะกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ กําหนดไว้ในข้อ ๒.๒.๑.๒
ในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๒ การที่คณะอนุกรรมการฯ มีมติไม่อนุมัติให้ยกเว้น
การขาดสมาชิกภาพของสิบตํารวจเอก อ. ในการประชุม เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๐ จึงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และการที่คณะกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
ได้รับทราบมติของคณะอนุกรรมการฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๐ จึงเป็นไป
โดยชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน เมื่อสิบตํารวจเอก อ. ขาดจากการเป็นสมาชิกการฌาปนกิจ
สงเคราะห์ และไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการยกเว้นการขาดสมาชิกภาพ ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง
จึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสงเคราะห์รายสิบตํารวจเอก อ. ให้แก่ผู้ฟ้องคดี และไม่เป็นการกระทํา
ละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติต่อผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดี
ทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด
ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า การยกเว้นการขาดสมาชิกภาพของสมาชิกการฌาปนกิจ
สงเคราะห์ตามข้อ ๒.๒.๑.๒ ในการประชุมคณะกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ไม่แตกต่างจากกรณีสมาชิกถูกไล่ออกจากราชการโดยไม่ได้รับ
เงินเดือนและขาดส่งเงินสงเคราะห์เกินกว่า ๙ เดือน เนื่องจากการถูกพักราชการหรือถูกให้ออก
จากราชการไว้ก่อนเป็นบทบัญญัติว่าด้วยโทษที่จะลงแก่ข้าราชการตํารวจเช่นเดียวกันกับโทษถูกไล่ออก
จากราชการและปลดออกจากราชการเพราะเป็นบทลงโทษมาตราเดียวกัน จึงเข้าหลักเกณฑ์
การยกเว้นการขาดสมาชิกภาพ นั้น เห็นว่า มาตรา ๑๐๐ แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น ได้กําหนดโทษทางวินัยไว้ ๕ สถาน เท่านั้น คือ (๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ตัดเงินเดือน (๓) ลดขั้นเงินเดือน (๔) ปลดออก (๕) ไล่ออก สําหรับการพักราชการหรือให้ออก
จากราชการไว้ก่อนเป็นอํานาจของผู้มีอํานาจตามมาตรา ๑๐๒ วรรคสาม วรรคสี่ หรือวรรคห้า
ที่จะสั่งให้ข้าราชการที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน
เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา การพักราชการหรือการให้ออกจากราชการไว้ก่อนจึงเป็นเพียง
มาตรการทางวินัยเพื่อที่จะรอผลการสอบสวนพิจารณา มิใช่โทษทางวินัยในลักษณะเดียวกันที่จะลงแก่
ข้าราชการผู้กระทําผิดแต่อยางใด ่ หรือเป็นบทลงโทษในมาตราเดียวกัน ดังนั้น การที่สิบตํารวจเอก อ.
ถูกคําสั่งไล่ออกจากราชการ แม้ภายหลังจะได้มีการออกคําสั่งใหม่เป็นให้ปลดจากราชการ จึงไม่เข้า
หลักเกณฑ์ยกเว้นการขาดสมาชิกภาพตามข้อ ๒.๒.๑.๒ ดังกล่าว ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า
สิบตํารวจเอก อ. ควรได้รับการยกเว้นการขาดสมาชิกภาพเช่นเดียวกับกรณีของร้อยตํารวจตรี ศ. นั้น
เห็นว่า คณะอนุกรรมการการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้มีมติในการประชุม
เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ กําหนดหลักเกณฑ์ยกเว้นการขาดสมาชิกภาพกรณีสมาชิกถึงแก่กรรม
โดยทายาทหรือหน่วยได้รายงานการถึงแก่กรรม และได้ตรวจพบว่าขาดสมาชิกภาพเนื่องจาก
ขาดส่งเงินสงเคราะห์ตามข้อ ๑๕ ของระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ว่าด้วยการฌาปนกิจ
สงเคราะห์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๘ ไว้ในข้อ ๔ ว่า กรณีสมาชิก
ขาดสมาชิกภาพเนื่องจากเจ็บป่วยและการฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ตรวจสอบแล้ว
ปรากฏว่าได้ส่งเงินชําระเงินสงเคราะห์มาแล้วเกินกว่า ๓๐ ปี เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า
การฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ร้อยตํารวจตรี ศ.
ส่งชําระเงินสงเคราะห์มาแล้วเป็นเวลาประมาณ ๔๒ ปี ซึ่งเกินกว่า ๓๐ ปี และการขาดส่งเงินดังกล่าวเนื่องจากเจ็บป่วย จึงให้ยกเว้นการขาดสมาชิกภาพ สําหรับสิบตํารวจเอก อ. ได้ส่งชําระเงิน
สงเคราะห์มาประมาณ ๑๔ ปีจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการยกเว้นขาดสมาชิกภาพดังกล่าว
ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า ภายหลังจากที่กองบัญชาการตํารวจนครบาล
ออกคําสั่งใหม่เป็นให้ปลดสิบตํารวจเอก อ. ออกจากราชการ เป็นผลให้สิบตํารวจเอก อ. ได้รับสิทธิ
ประโยชน์โดยได้รับบําเหน็จตกทอดจากผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ซึ่งเป็นบําเหน็จตกทอดที่จ่ายให้แก่
ทายาทของสิบตํารวจเอก อ. ตามกฎหมาย แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมิได้หักเงินบําเหน็จตกทอด
ที่จ่ายให้แก่ทายาทของสิบตํารวจเอก อ. ทําให้สิบตํารวจเอก อ. ขาดส่งเงินสงเคราะห์ตั้งแต่เดือน
เมษายน ๒๕๔๕ จนถึงแก่ความตายเป็นเวลา ๓ ปี ๗ เดือน ถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกระทํา
ละเมิดต่อสิบตํารวจเอก อ. นั้น เห็นว่า อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้น
ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลปกครองชั้นต้น และมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย
ของประชาชนหรือปัญหาเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ ที่ผู้ฟ้องคดีจะยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้
ตามนัยข้อ ๑๐๑ วรรคสอง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓
แต่อย่างใด จึงไม่จําต้องวินิจฉัย การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย
ที่มา : สํานักประธานศาลปกครองสูงสุด

522 ตอบกลับไปที่ “สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ : การปฏิเสธไม่จ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์”

  1. “Thanks for sharing superb informations. Your web-site is very cool. I am impressed by the details that you’ve on this website. It reveals how nicely you perceive this subject. Bookmarked this website page, will come back for extra articles. You, my friend, ROCK! I found just the info I already searched everywhere and just couldn’t come across. What a great web-site.”

  2. “I wanted to send you the bit of observation to help thank you again for those striking thoughts you’ve provided above. This has been so surprisingly open-handed with you giving extensively exactly what many of us would’ve distributed for an electronic book to help make some dough for their own end, particularly considering the fact that you might have done it if you wanted. Those tricks additionally served to be a great way to be certain that many people have the identical dream really like my personal own to realize significantly more on the topic of this matter. I think there are several more pleasant instances up front for individuals that scan your blog post.”

  3. The interface is colorful, has more flair, and some cool features like аАа’аАТ‚аЂТ˜Mixview a that let you quickly see related albums, songs, or other users related to what you are listening to.

  4. “Hi there, just became alert to your blog through Google, and found that it’s really informative. I am going to watch out for brussels. I will be grateful if you continue this in future. Numerous people will be benefited from your writing. Cheers!”

  5. “Hi there! I know this is kinda off topic however , I’d figured I’d ask. Would you be interested in trading links or maybe guest writing a blog post or vice-versa? My site discusses a lot of the same subjects as yours and I think we could greatly benefit from each other. If you happen to be interested feel free to send me an e-mail. I look forward to hearing from you! Excellent blog by the way!”

  6. “Thanks for giving your ideas right here. The other factor is that every time a problem appears with a computer system motherboard, persons should not have some risk of repairing this themselves for if it is not done properly it can lead to permanent damage to the complete laptop. In most cases, it is safe just to approach your dealer of a laptop for your repair of that motherboard. They have got technicians that have an knowledge in dealing with mobile computer motherboard issues and can have the right prognosis and carry out repairs.”

ใส่ความเห็น