วินัย : ฟ้องขอให้เพิกถอนกระบวนการสอบสวนทางวินัย

เรื่อง วินัย : ฟ้องขอให้เพิกถอนกระบวนการสอบสวนทางวินัย (ข้าราชการครู) (พ.ร.บ.
จัดตั้งศาลปกครองฯ วรรคหนึ่ง (๑) และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง และ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติ
ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕)

ไม่ใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีปกครอง ไม่ใช่คู่กรณีในกระบวนการพิจารณาทางปกครอง

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๗๙๖/๒๕๕๗
ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือถึง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ (ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๐ (อุดรธานี))
ร้องเรียนและขอให้ดำเนินการทางวินัยกับนาง ร. ตำแหน่งอาจารย์โรงเรียนสตรีราชินูทิศ
จังหวัดอุดรธานี เนื่องมาจากมีพฤติกรรมร่วมกับสามีชาวต่างชาติก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น
รวมทั้งมีพฤติกรรมอันเป็นการผิดวินัยข้าราชการ แต่หลังจากที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องเรียนแล้ว
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม (ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีราชินูทิศ จังหวัดอุดรธานี ที่ ๑ คณะกรรมการ
สอบสวนวินัย ที่ ๒) ไม่เคยแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ฟ้องคดีทราบ ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๕
ศาลแขวงอุดรธานีได้มีหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องถึงผู้ฟ้องคดีว่า นาง ร. ได้ยื่นฟ้องผู้ฟ้องคดีต่อศาล
แขวงอุดรธานี ว่ากระทำความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทตามคดีหมายเลขดำที่ ๓๐๒๖/๒๕๕๕
แต่เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ นาง ร. ได้ยื่นถอนฟ้องคดีดังกล่าว โดยศาลแขวงอุดรธานี
ได้สอบถามนาง ร. ว่าได้รับทราบผลการสอบสวนทางวินัยแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งนาง ร. ตอบว่ารับทราบ
แล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงทราบว่าการดำเนินการสอบสวนทางวินัยเสร็จสิ้นแล้ว แต่ผู้ฟ้องคดีในฐานะคู่กรณี
และเป็นผู้ได้รับผลความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของนาง ร. ไม่เคยได้รับทราบผลการ
ดำเนินการ กระบวนการสอบสวนทางวินัยนาง ร. จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ฟ้องคดีจึงฟ้องขอให้
ศาลเพิกถอนกระบวนการสอบสวนทางวินัยดังกล่าว และให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นดำเนินการ
ให้มีการสอบสวนทางวินัยกับนาง ร. ใหม่ตามกฎหมาย รวมทั้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีแจ้งผลการสอบสวน
ทางวินัยนาง ร. ให้ผู้ฟ้องคดีในฐานะคู่กรณีและผู้ที่ได้รับผลความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำ
ของนาง ร. และครอบครัวได้รับทราบ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการ
โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องเรียนถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เพื่อขอให้ดำเนินการ
ทางวินัยกับนาง ร. เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น รวมทั้งมีพฤติกรรม
อันเป็นการผิดวินัยข้าราชการ และผู้ฟ้องคดีได้ทราบว่ามีการดำเนินการสอบสวนทางวินัยเสร็จสิ้นแล้ว
แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามมิได้แจ้งผลการการสอบสวนทางวินัยให้ผู้ฟ้องคดีทราบแต่อย่างใด จึงฟ้องขอให้
ศาลเพิกถอนกระบวนการสอบสวนทางวินัยดังกล่าวและให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นดำเนินการ
ให้มีการสอบสวนทางวินัยกับนาง ร. ใหม่ตามกฎหมาย และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามแจ้งผลการ
สอบสวนทางวินัยนาง ร. ให้ผู้ฟ้องคดีในฐานะคู่กรณีและผู้ที่ได้รับผลเดือดร้อนเสียหายจากการ
กระทำของนาง ร. และครอบครัวได้รับทราบ เห็นว่า การดำเนินการทางวินัยเป็นเรื่องระหว่างรัฐ
กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ผู้บังคับบัญชาจะใช้ดุลพินิจดำเนินการตามที่มีเหตุผลอันสมควร คำขอของ
ผู้ฟ้องคดีมิได้มีผลโดยตรงเป็นการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือความเสียหายที่ผู้ฟ้องคดี
ได้รับหรืออาจจะได้รับจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้แต่อย่างใด
ทั้งเป็นคำขอที่ศาลไม่อาจกำหนดคำบังคับให้ได้ตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติ
ดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามไม่ได้แจ้งผลการสอบสวน
ทางวินัยให้ผู้ฟ้องคดีในฐานะคู่กรณีและเป็นผู้ได้รับผลความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของ
นาง ร. ได้รับทราบ อันทำให้กระบวนการสอบสวนทางวินัยนาง ร. ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า
คดีนี้แม้ว่ากระบวนการสอบสวนทางวินัยนาง ร. จะเป็นกระบวนพิจารณาทางปกครอง แต่ผู้ฟ้องคดี
มิใช่ผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองเนื่องจากสิทธิของตนจะถูก
กระทบกระเทือนจากผลของคำสั่งทางปกครอง ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ใช่คู่กรณีตามนัยมาตรา ๕
แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง
ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ นั้น ชอบแล้ว

 

ที่มา : สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>