ตั้งแผงค้า เกะกะ กีดขวาง ขับไล่อย่างไรดี

เคยหิวข้าวตอนดึกๆ แล้วรู้สึกดีที่บ้านเราอยู่ใกล้กับแผงลอยขายอาหารมั๊ย ?
เป็นใครก็ต้องรู้สึกดีแน่ เพราะมันสะดวกแสนสะดวกที่จะออกไปซื้อหาอาหารกิน เพื่อประทังหิวในยามวิกาล
อืม … แล้วถ้าเจ้าแผงลอยขายอาหารนั้น มันตั้งอยู่หน้าบ้านคุณเด๊ะเลยหละ รู้สึกดีมั๊ย ?
หึๆ เริ่มชักไม่แน่ใจแล้วใช่มั๊ยล่า ?
แล้วเคยสงสัยมั๊ยว่าแผงลอยขายอาหารพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นกับข้าวตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวาน ทำไมมันถึงไม่ไปอยู่ในตลาดให้เป็นที่เป็นทาง แต่กลับมาตั้งอยู่บนทางเท้าบ้าง ถนนบ้าง หรือหน้าบ้านคนบ้าง แถมยังขายได้ถึงดึกๆ ดื่นๆ มันมีกฎหมายอะไรรองรับให้ทำได้ แล้วใครเป็นคนอนุญาต ?
ตอบให้ก็ได้ว่า ที่แผงลอยขายอาหารสามารถค้าขายกันได้ตามถนนหนทาง หรือหน้าบ้านคน ก็เพราะมี “กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ของบ้านเมือง” อนุญาตให้ทำได้
เจตนาของกฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการเข้ามาช่วยจัดระเบียบการค้าขาย ให้มันเป็นที่เป็นทาง เพราะถ้าขายกันในตลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม พ่อค้าแม่ขายก็ยังมีโอกาสมาตั้งแผงค้าขายกันนอกตลาดได้
แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อนนะ ไม่ใช่จะตั้งแผงผัดกับข้าวขายกันตรงไหน เวลาไหนก็ได้ตามใจชอบ แล้วสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เขาอนุญาตให้ขายนั่นหนะ จะเป็นทางเท้า หรือตรงไหนก็ตาม เขาเรียกกันว่าเป็น “จุดผ่อนผันให้ขายหรือจำหน่ายสินค้า”
แล้วที่อนุญาตให้ขายเนี่ย ชั่วคราวนะ ไม่ใช่ตลอดไป … อย่าเข้าใจผิด เพราะฉะนั้น ถ้าอนุญาตแล้ว ต่อมา ไม่เวิร์ค เจ้าหน้าที่เขาก็มีอำนาจตามกฎหมายที่จะยกเลิกได้
เห็นมั๊ยหละว่า ที่กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่เป็นผู้กำหนดจุดผ่อนผันให้ขายของได้ ก็เพื่อเป็นการจัดระเบียบการค้าขายนอกตลาด ทั้งให้สะดวกแก่คนซื้อ และก็เพื่อไม่ให้พ่อค้า แม่ค้า มาวางของขายกันเกะกะข้างทาง ทำให้บ้านเมืองขาดระเบียบ และสิ่งแวดล้อมต้องสกปรกไปด้วย
แต่ถ้าจุดผ่อนผันให้ตั้งแผงลอยขายอาหาร มันดันมาตั้งอยู่หน้าบ้านของคุณเด๊ะ จะรู้สึกสะดวกหรือไม่สะดวก ดีหรือไม่ดี หรือทำลายสิ่งแวดล้อมดีๆ หน้าบ้านคุณหรือไม่ … ก็ลองฟังเรื่องที่เกิดเป็นคดีนี้ดูก็แล้วกัน
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือว่าเฮียเจ้าของร้านแผงลอยขายก๋วยเตี๋ยวรายนี้ เดิมแกได้รับอนุญาตจากเทศบาลให้ขายในจุดผ่อนผันที่อยู่ริมถนน ตั้งแต่ตีห้าจนถึงสองยาม แต่ที่ได้รับอนุญาตให้ขายหนะ ให้เป็น “แผงลอย” เท่านั้นนะ
แต่ปรากฏว่าอยู่มา อยู่มา เฮียแกเริ่มทำมาค้าขายคล่อง แกก็เลยขยายอาณาจักรร้านก๋วยเตี๋ยวของแก จากแผงลอยเป็นกางเต็นท์ขาย ให้มันอลังการงานสร้างไปเลย จะได้รวย .. รวย .. และรวย
แต่แทนที่จะได้รวย กลับกลายเป็นได้เรื่องแทน เพราะเต็นท์ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขยายซะใหญ่โต มันไปทำความเดือดร้อนสุดแสนจะบรรยายให้กับเจ๊เจ้าของบ้านที่อยู่หลังร้านอาเฮียเข้า
เพราะทั้งตัวเต็นท์ที่รุกล้ำบังทางเข้าออกบ้าน เศษอาหารที่ทิ้งสกปรกทั้งวัน กลิ่นและควันของก๋วยเตี๋ยว ทุกสิ่งทุกอย่างมันสุมอยู่ตรงหน้าบ้านเจ๊ทั้งนั้น !
เจอเข้าอย่างงี้ ก๋วยต๋ง … ก๋วยเตี๋ยว ต่อให้สะดวกยังไง ก็กินไม่ลงซะแล้ว เจ๊แกเลยโวยแหลก ขอให้ย้าย แต่เฮียก็ไม่ยอม พูดอยู่อย่างเดียวว่า อั๊วได้รับอนุญาตแล้ว ก็เลยทะเลาะกันเปิง

Read More

รูปแบบการพิจารณาคดีปกครอง

กระบวนพิจารณาแบบไต่สวน

วิธีพิจารณาคดีแพ่งในศาลยุติธรรมผู้พิพากษาจะไม่ได้มีบทบาทหลัก ในกระบวนพิจารณา เพราะการดำเนินคดีในศาลยุติธรรมจะเป็น เรื่องของคู่ความ เป็นสำคัญ และการวินิจฉัยชี้ขาดของผู้พิพากษาก็จะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่คู่ความได้นำเสนอต่อศาล ดังนั้น ถ้าคำคู่ความหรือพยานหลักฐานที่นำเสนอโดยคู่ความ มีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์ โดยทั่วไปแล้ว ผู้พิพากษาก็จะไม่ลงไปยุ่งเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานของคู่ความ เพราะคิดว่าจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม เป็นการเข้าข้างคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ ทั้งนี้ เนื่องจากลักษณะของคดีในศาลยุติธรรมจะมีลักษณะเป็นการต่อสู้ในคดีระหว่างคู่ความ

ส่วนสำคัญที่สุดในการดำเนินคดีในระบบกล่าวหาจะได้แก่ การนั่งพิจารณาในศาล และด้วยเหตุนี้การพิจารณาในศาลยุติธรรมจึงมีลักษณะเป็นการต่อสู้โต้แย้งกันด้วยวิธีสืบพยานหักล้างกันระหว่างคู่ความ (โดยทนายความ) ต่อหน้าผู้พิพากษา
(a trial by verbal battle หรือ oral adversary trial) แต่กระบวนพิจารณาคดีปกครองจะมีหลักการที่สำคัญ คือเป็นกระบวนการพิจารณา ที่ส่วนใหญ่จะเป็นลายลักษณ์อักษรและเป็นระบบไต่สวน

วิธีพิจารณาคดีปกครองใช้ระบบไต่สวนจะสามารถเทียบเคียงได้กับ วิธีพิจารณาคดีอาญาในกลุ่มประเทศที่ใช้ระบบ Civil Law เพราะในประเทศเหล่านี้เขามีความเห็นว่าในขณะที่ในคดีแพ่งในศาลยุติธรรมซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนสองฝ่ายนักกฎหมายของกลุ่มประเทศเหล่านี้ เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่ผู้พิพากษาจะต้องมีบทบาทในคดีมากไปกว่าการกำกับดูแลกระบวนพิจารณาระหว่างคู่ความให้เป็นไปตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดี รัฐไม่มีประโยชน์ได้เสียในคดีแพ่งระหว่างเอกชนดังกล่าว นอกจากหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้ผู้พิพากษาหรือศาลจะต้องเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่ในการดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาความอาญา เนื่องจากว่ารัฐมีผลประโยชน์โดยตรงในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการต้องบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม ดังนั้น ในคดีอาญานักกฎหมายในกลุ่มประเทศ Civil law จึงเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบไต่สวนที่ผู้พิพากษาจะต้องมีบทบาทสำคัญ (active role) ในการดำเนินคดีทางอาญา ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกันกับเหตุผลที่ใช้ในการดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาคดีปกครอง บทบาทของตุลาการในคดีปกครอง จะต้องทำหน้าที่ในการแสวงหาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งในการแสวงหาข้อเท็จจริงดังกล่าวจะไม่ถูกจำกัดอยู่แต่เฉพาะข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานที่คู่ความหรือคู่กรณียื่นหรือเสนอต่อศาลเท่านั้น

Read More