วินัย : ฟ้องขอให้เพิกถอนกระบวนการสอบสวนทางวินัย

เรื่อง วินัย : ฟ้องขอให้เพิกถอนกระบวนการสอบสวนทางวินัย (ข้าราชการครู) (พ.ร.บ.
จัดตั้งศาลปกครองฯ วรรคหนึ่ง (๑) และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง และ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติ
ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕)

ไม่ใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีปกครอง ไม่ใช่คู่กรณีในกระบวนการพิจารณาทางปกครอง

Read More

วิธีพิจารณาคดีปกครอง : คำฟ้องเพิ่มเติม

เรื่อง วิธีพิจารณาคดีปกครอง : คำฟ้องเพิ่มเติม (พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา ๙
วรรคหนึ่ง (๑) และ (๓) และมาตรา ๕๑ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ และระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. ๒๕๔๓ ข้อ ๔๘ วรรคสอง และข้อ ๖๒ วรรคสาม

ยื่นคำฟ้องเพิ่มเติมเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดี ระยะเวลาการพิจารณา
ทางปกครองที่ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้

Read More

วิธีพิจารณาคดีปกครอง : การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล

เรื่อง วิธีพิจารณาคดีปกครอง : การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล (พ.ร.บ. จัดตั้ง
ศาลปกครองฯ มาตรา ๔๕/๑ วรรคหนึ่ง, ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วย
วิธีพิจารณาคดีปกครองฯ พ.ศ. ๒๕๔๓ ข้อ ๔๑/๑

ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเฉพาะบางส่วน

Read More

ละเมิด : ฟ้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการถูกขับไล่ออกจากบ้านพัก

เรื่อง ละเมิด : ฟ้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการถูกขับไล่ออกจากบ้านพักของกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก
(พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ มาตรา ๕ วรรคหนึ่ง
และมาตรา ๗ วรรคสอง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๔
และ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา ๓ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) มาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง
มาตรา ๕๑ และมาตรา ๕๒ วรรคสอง)

ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา

Read More

ความรับผิดอย่างอื่น : ฟ้องขอให้เพิกถอนประกาศรายชื่อผู้ไม่มีสิทธิได้รับเงิน ค่าขนย้าย

เรื่อง ความรับผิดอย่างอื่น : ฟ้องขอให้เพิกถอนประกาศรายชื่อผู้ไม่มีสิทธิได้รับเงิน
ค่าขนย้าย (ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ) ค่าทดแทนรื้อย้ายในโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑)
มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๒ วรรคสอง และมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑)
และ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕)

คำสั่งทางปกครอง ยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดี

Read More

ถมคูคลอง ก็เป็นคดี !!!!

‘คลอง’ เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะมีความสำคัญขึ้น ว่ามั้ย ?
โดยเฉพาะการท่องเที่ยว เพราะตอนนี้คลองตามตลาดน้ำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของชุมชนดั้งเดิม หรือที่ขุดลอกสร้างกันใหม่ ก็ล้วนแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อทั้งนั้น
ถ้าลองไปเดินดู จะตลาดน้ำอัมพวาก็ดี ตลาดน้ำดอนหวายก็ดี คนเยอะเชียว ยิ่งวันหยุดนะ เดินกันพรึ่บ มากันเป็นคู่ๆ เต็มไปหมด
รุ่นอาวุโสมากหน่อย แบบว่าหนีกันไปไหนไม่ได้แล้ว ประเภทคงต้องอยู่กันไปจนกว่าจะตายจากกันไปข้าง อะไรประมาณนั้น ลักษณะก็จะเป็นการเดินควงแขนกะหย่องกะแหย่ง ดูแลกันมานิดนึง … น่ารักเชียว
ส่วนที่เห็นชมตลาดเดินจูงมือกันไม่ขาด ป้อนนู่น ป้อนนี่ไปเรื่อยระหว่างเดิน ไอ้นี่น่าจะช่วงระหว่างหวานแหววยังไม่แต่ง ยังอยู่ในโปรโมชั่นดูแลเต็มที่ ว่างั้น
แต่ถ้าเห็นผู้ชายเดินจ้ำพรวดๆ นำมาก่อน ไม่รู้มันจะรีบเดินให้เสร็จๆ ไปถึงไหน แล้วก็มีผู้หญิงเดินหน้าตาเซ็งๆ สลับกับอารมณ์เสียเป็นระยะๆ หิ้วถุงใส่ข้าวของมาเต็มมือ แวะชมโน่น ดูนี่ ตามมาห่างๆ ประมาณซักสองเสาไฟฟ้าเห็นจะได้
ไอ้อย่างเนี้ย … เป็นประเภทแต่งมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี แล้วก็ยังไม่มีลูกด้วยชัวร์ อารมณ์แบบว่าไม่อยากมา แต่ถูกภรรยาคะยั้นคะยอแกมบังคับให้มา เลยให้หิ้วของเองซะเลย เป็นช่วงหมดโปรโมชั่นประมาณนั้น (ฮา)
แต่ถ้าประโยชน์ของคลองมิได้ใช้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างนั้น และไม่ได้ใช้เพื่อการสัญจรอย่างในอดีตด้วยแล้ว ก็คงต้องเหลือประโยชน์เพียงอย่างเดียวคือเพื่อทำการเกษตรหรือประมง
ยิ่งเป็นเรื่องประมงด้วยแล้ว ยิ่งสำคัญ เพราะถ้าคลองน้ำไม่ดี มีมลพิษ ก็แย่หน่อย กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้จะพานตายกันหมด
แต่ที่หนักไปกว่าก็คือ วันดีคืนดีถ้าเกิดหน่วยงานของรัฐมีโครงการถมคลองเพื่อทำโครงการอื่นเสียเลย อย่างนี้แหละที่จะตายสนิทกัน อย่างเช่นเรื่องที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนี่ไง … ความมันมีขึ้นก็เพราะว่า ชาวบ้านแถบนั้น เขาทำอาชีพเลี้ยงกุ้งทะเลกัน แหล่งน้ำที่เลี้ยงก็ใช้คลองที่มีกันมานี่แหละ
ว่าแต่ว่าคลองสายนี้มันมีที่มานิดนึง เพราะก่อนเป็นคลอง มันเป็นที่ดินที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคเพื่อทำถนน ใช้สัญจรไปมา แล้วก็ใช้เป็นแนวเขตแบ่งพื้นที่ระหว่างตำบลสองตำบลไปด้วยในตัว
วิธีการก็คือว่าชาวบ้านเค้าก็ช่วยกันขุดดินจากริมๆ ที่ดินทั้งสองด้านมาถมไว้ตรงกลางเพื่อทำถนน คราวนี้ ไอ้หลุมยาวตลอดแนวที่ว่างอยู่สองด้าน เค้าก็เลยใช้ประโยชน์เป็นคลองขนาบอยู่สองข้างถนน
แต่อยู่ไปๆ คลองฝั่งหนึ่งเกิดแห้ง เหลืออยู่ฝั่งเดียวให้ชาวบ้านพอได้ใช้เลี้ยงกุ้งทำกินกัน แต่ปรากฏว่าหน่วยงานดั๊นมีโครงการชลประทานน้ำเค็มซึ่งจำเป็นต้องถมคลองที่ชาวบ้านใช้เป็นแหล่งน้ำประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งและ ทำการประมง
เลยเดือดร้อนกันไปทั้งบางนะสิ เพราะชาวบ้านขาดแหล่งน้ำที่จะใช้เลี้ยงกุ้งซะแล้ว !!
ชาวบ้านร่วมสามสิบสี่คนก็เลยอาสาเป็นตัวแทนเพื่อนๆ ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพราะเรื่องนี้มันเข้าข่ายหน่วยงานกระทำละเมิดต่อชาวบ้าน จากการถมคลองที่ชาวบ้านใช้ แล้วเอาไปทำโครงการชลประทานน้ำเค็ม โดยชาวบ้านที่ฟ้องเค้าขอให้ศาลพิพากษาสั่งให้หน่วยงานดำเนินการคงสภาพคลองของชาวบ้านไว้อย่างเดิม
เรื่องนี้เป็นประเด็นปัญหาที่เป็น “คดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม” ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาคดี ของศาลปกครอง เพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ
เพราะฉะนั้น ที่ชาวบ้านมายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้มีคำพิพากษาเยียวยาทุกข์ให้ … จึงถูกแล้ว !!
แต่ต้องบอกไว้เป็นความรู้นิดนึงว่า การพิพากษาคดีของศาลปกครองในคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ศาลท่านก็ต้องคำนึงถึงการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญด้วยเหมือนกันนะ
เพราะหากพิพากษาให้หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการอะไรที่ไม่คุ้มกับเงินภาษีของประชาชน มันก็จะผิด‘หลักการชั่งน้ำหนักระหว่างสิทธิของเอกชนกับประโยชน์สาธารณะ’ ไง
เพราะฉะนั้น หากศาลท่านพอที่จะพิพากษาให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการแก้ไขอะไรไปก่อนได้ โดยเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชน และไม่กระทบงบประมาณแผ่นดินของส่วนรวม ศาลปกครองท่านก็ต้องเลือกทางเส้นนั้น
อย่างเช่นคดีนี้ซึ่งศาลปกครองสูงสุดท่านได้วินิจฉัยว่า การดำเนินการก่อสร้างโครงการชลประทานน้ำเค็ม เป็นหนึ่งในแผนงานก่อสร้างโครงการตามแผนแม่บทจัดระบบน้ำเค็มเพื่อการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล เพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของหน่วยงานของรัฐ โดยเป็นการจัดระบบการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อควบคุมมิให้สิ่งแวดล้อมถูกทำลายและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพอื่นๆ ตลอดจนสามารถทำการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลต่อไปได้อย่างยั่งยืน
แต่เนื่องจากหน่วยงานของรัฐได้ถมคลองเพื่อสร้างคลองส่งน้ำดีในโครงการดังกล่าว โดยไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จากการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ อย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่งตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย จึงเป็นการกระทำโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนหรือวิธีการ อันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้ อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
แต่ความไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่กำหนดในระเบียบกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น จึงยังไม่ควรพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนคลองส่งน้ำดีในโครงการชลประทานน้ำเค็มที่พิพาทกันในคดีนี้เพื่อให้กลับคืนเป็นถนนในทันที
เนื่องจากการให้รื้อถอนคลองส่งน้ำดีที่พิพาทกันในคดีนี้ทันที ทั้งที่ยังสามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบดังกล่าวได้ จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะทั้งในแง่งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการก่อสร้างและที่จะต้องใช้ในการรื้อถอน และประโยชน์ของผู้เลี้ยงกุ้งที่ใช้ประโยชน์จากคลองส่งน้ำดีดังกล่าว ซึ่งไม่คุ้มกับประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำให้ที่ดินที่เป็นคลองส่งน้ำดีคืนสภาพเป็นถนน แต่สมควรให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยก่อน ต่อเมื่อกระทรวงมหาดไทยไม่อนุมัติจึงค่อยให้รื้อถอน
ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษาให้หน่วยงานของรัฐไปดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วย การเปลี่ยนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจากการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่ง พ.ศ. 2543 ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีคำพิพากษา หากไม่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย ก็ให้ดำเนินการรื้อถอนคลองส่งน้ำดีในโครงการชลประทานน้ำเค็มที่พิพาทกันในคดีนี้ให้มีสภาพเป็นถนนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการไม่อนุมัติของกระทรวงมหาดไทย
จึงเป็นอันว่าคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้ ได้ช่วยหาทางออกให้แก่หน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีเจตนาดีที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่ส่วนรวม สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย และที่สำคัญ คือ ไม่ทำให้สูญเสียงบประมาณของรัฐไปในคราวเดียวกันด้วยนั่นเอง. (คดีหมายเลขแดงที่ อ. 334/2550)

Read More

ตั้งแผงค้า เกะกะ กีดขวาง ขับไล่อย่างไรดี

เคยหิวข้าวตอนดึกๆ แล้วรู้สึกดีที่บ้านเราอยู่ใกล้กับแผงลอยขายอาหารมั๊ย ?
เป็นใครก็ต้องรู้สึกดีแน่ เพราะมันสะดวกแสนสะดวกที่จะออกไปซื้อหาอาหารกิน เพื่อประทังหิวในยามวิกาล
อืม … แล้วถ้าเจ้าแผงลอยขายอาหารนั้น มันตั้งอยู่หน้าบ้านคุณเด๊ะเลยหละ รู้สึกดีมั๊ย ?
หึๆ เริ่มชักไม่แน่ใจแล้วใช่มั๊ยล่า ?
แล้วเคยสงสัยมั๊ยว่าแผงลอยขายอาหารพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นกับข้าวตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวาน ทำไมมันถึงไม่ไปอยู่ในตลาดให้เป็นที่เป็นทาง แต่กลับมาตั้งอยู่บนทางเท้าบ้าง ถนนบ้าง หรือหน้าบ้านคนบ้าง แถมยังขายได้ถึงดึกๆ ดื่นๆ มันมีกฎหมายอะไรรองรับให้ทำได้ แล้วใครเป็นคนอนุญาต ?
ตอบให้ก็ได้ว่า ที่แผงลอยขายอาหารสามารถค้าขายกันได้ตามถนนหนทาง หรือหน้าบ้านคน ก็เพราะมี “กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ของบ้านเมือง” อนุญาตให้ทำได้
เจตนาของกฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการเข้ามาช่วยจัดระเบียบการค้าขาย ให้มันเป็นที่เป็นทาง เพราะถ้าขายกันในตลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม พ่อค้าแม่ขายก็ยังมีโอกาสมาตั้งแผงค้าขายกันนอกตลาดได้
แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อนนะ ไม่ใช่จะตั้งแผงผัดกับข้าวขายกันตรงไหน เวลาไหนก็ได้ตามใจชอบ แล้วสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เขาอนุญาตให้ขายนั่นหนะ จะเป็นทางเท้า หรือตรงไหนก็ตาม เขาเรียกกันว่าเป็น “จุดผ่อนผันให้ขายหรือจำหน่ายสินค้า”
แล้วที่อนุญาตให้ขายเนี่ย ชั่วคราวนะ ไม่ใช่ตลอดไป … อย่าเข้าใจผิด เพราะฉะนั้น ถ้าอนุญาตแล้ว ต่อมา ไม่เวิร์ค เจ้าหน้าที่เขาก็มีอำนาจตามกฎหมายที่จะยกเลิกได้
เห็นมั๊ยหละว่า ที่กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่เป็นผู้กำหนดจุดผ่อนผันให้ขายของได้ ก็เพื่อเป็นการจัดระเบียบการค้าขายนอกตลาด ทั้งให้สะดวกแก่คนซื้อ และก็เพื่อไม่ให้พ่อค้า แม่ค้า มาวางของขายกันเกะกะข้างทาง ทำให้บ้านเมืองขาดระเบียบ และสิ่งแวดล้อมต้องสกปรกไปด้วย
แต่ถ้าจุดผ่อนผันให้ตั้งแผงลอยขายอาหาร มันดันมาตั้งอยู่หน้าบ้านของคุณเด๊ะ จะรู้สึกสะดวกหรือไม่สะดวก ดีหรือไม่ดี หรือทำลายสิ่งแวดล้อมดีๆ หน้าบ้านคุณหรือไม่ … ก็ลองฟังเรื่องที่เกิดเป็นคดีนี้ดูก็แล้วกัน
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือว่าเฮียเจ้าของร้านแผงลอยขายก๋วยเตี๋ยวรายนี้ เดิมแกได้รับอนุญาตจากเทศบาลให้ขายในจุดผ่อนผันที่อยู่ริมถนน ตั้งแต่ตีห้าจนถึงสองยาม แต่ที่ได้รับอนุญาตให้ขายหนะ ให้เป็น “แผงลอย” เท่านั้นนะ
แต่ปรากฏว่าอยู่มา อยู่มา เฮียแกเริ่มทำมาค้าขายคล่อง แกก็เลยขยายอาณาจักรร้านก๋วยเตี๋ยวของแก จากแผงลอยเป็นกางเต็นท์ขาย ให้มันอลังการงานสร้างไปเลย จะได้รวย .. รวย .. และรวย
แต่แทนที่จะได้รวย กลับกลายเป็นได้เรื่องแทน เพราะเต็นท์ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขยายซะใหญ่โต มันไปทำความเดือดร้อนสุดแสนจะบรรยายให้กับเจ๊เจ้าของบ้านที่อยู่หลังร้านอาเฮียเข้า
เพราะทั้งตัวเต็นท์ที่รุกล้ำบังทางเข้าออกบ้าน เศษอาหารที่ทิ้งสกปรกทั้งวัน กลิ่นและควันของก๋วยเตี๋ยว ทุกสิ่งทุกอย่างมันสุมอยู่ตรงหน้าบ้านเจ๊ทั้งนั้น !
เจอเข้าอย่างงี้ ก๋วยต๋ง … ก๋วยเตี๋ยว ต่อให้สะดวกยังไง ก็กินไม่ลงซะแล้ว เจ๊แกเลยโวยแหลก ขอให้ย้าย แต่เฮียก็ไม่ยอม พูดอยู่อย่างเดียวว่า อั๊วได้รับอนุญาตแล้ว ก็เลยทะเลาะกันเปิง

Read More